99 BizHub
เลือกเอเจนซี่การตลาดโรงแรม 5 เกณฑ์ที่ต้องดูก่อนจ้าง — Framework 5C Direct Booking +72% ROAS 4.9x
โรงแรมเอเจนซี่Direct BookingHospitality

เลือกเอเจนซี่การตลาดโรงแรม 5 เกณฑ์ที่ต้องดูก่อนจ้าง

Framework 5C (Case Study · Conversion · Channel · Communication · Cost ROI) ให้คะแนน 25 คะแนนก่อน Sign Contract — Direct Booking +72% ROAS 4.9x

สรุปย่อ

การเลือกเอเจนซี่การตลาดโรงแรมต้องดู 5 เกณฑ์ก่อนจ้าง คือ Case Study Hospitality การ Setup Conversion Tracking ความเชี่ยวชาญ Channel Meta Google SEO การสื่อสารและรายงาน ROAS และโมเดล Cost ROI ใช้ Framework 5C ให้คะแนน 1 ถึง 5 ต่อเกณฑ์ รวม 25 คะแนน ผ่าน 20 คะแนนขึ้นไป โรงแรมที่เลือกถูก Direct Booking เพิ่ม 72% และ ROAS 4.9x ตามข้อมูลจาก 99 BizHub

อ่าน 15 นาทีโดย

+72%

Direct Booking เพิ่ม

4.9x

ROAS เฉลี่ย

-55%

Cost/Booking ลด

-24%

OTA Share ลด

≥20/25

คะแนนผ่าน

ทำไมต้องดู 5 เกณฑ์ก่อนจ้างเอเจนซี่

โรงแรมหลายแห่งจ้างเอเจนซี่โดยดูแค่ราคา Retainer หรือ Portfolio สวยๆ แล้วพบว่า 6 เดือนผ่านไป OTA ยังครอง 80% รายงานมีแต่ Reach และ Impression ไม่มีตัวเลข Booking จริง จ้างโดยไม่ดูเกณฑ์ = จ่ายแพงแต่ไม่ได้ผล

จากข้อมูลของ 99 BizHub โรงแรมที่ใช้ Framework 5C ให้คะแนนเอเจนซี่ก่อน Sign Contract เพิ่ม Direct Booking ได้ +72% ROAS เฉลี่ย 4.9x และลด Cost/Booking -55%เทียบกับโรงแรมที่เลือกจากราคาอย่างเดียว

ทำไมต้องดู 5 เกณฑ์ก่อนจ้างเอเจนซี่การตลาดโรงแรม
จ้างโดยไม่ดูเกณฑ์ = จ่ายแพง OTA ยังครอง — ดู 5 เกณฑ์ก่อน = Direct Booking +72%

ลดความเสี่ยงจ้างผิด

5 เกณฑ์คัดกรองก่อนลงนาม — ไม่เสีย Retainer 6-12 เดือนกับเอเจนซี่ที่วัดผลไม่ได้

เปรียบเทียบเป็นระบบ

ให้คะแนน 1-5 ต่อเกณฑ์ รวม 25 คะแนน — เลือกจากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก

ROI ชัดเจนก่อนจ้าง

รู้ว่า Retainer คุ้มหรือไม่ จาก Direct Booking ที่คาดว่าจะเพิ่ม

สัญญาณว่าจ้างเร็วเกินไป (ยังไม่ดูเกณฑ์)

  • เลือกจากราคา Retainer ต่ำสุด — ไม่ดู Case Study Hospitality
  • เชื่อคำรับประกัน ROAS 5x โดยไม่ดูข้อมูลโรงแรมคุณ
  • ไม่ถามเรื่อง Conversion Tracking — เอเจนซี่บอก "ทำให้ได้"
  • Portfolio สวยแต่ไม่มีตัวเลข Direct Booking หรือ Cost/Booking
  • Sign Contract ก่อน Pilot — ผูกสัญญา 12 เดือนทันที

Framework 5C — 5 เกณฑ์ที่ต้องดูก่อนจ้าง

ใช้ Framework 5C ประเมินเอเจนซี่ทุกรายใน Shortlist ให้คะแนน 1-5 ต่อเกณฑ์ รวม 25 คะแนน — ผ่าน ≥20 คะแนน ถึงควรพิจารณาจ้าง

Framework 5C เลือกเอเจนซี่โรงแรม Case Study Conversion Channel Communication Cost ROI
Framework 5C: Case Study → Conversion → Channel → Communication → Cost ROI

C1 — Case Study

มี Case Study โรงแรม/รีสอร์ท 2-3 แบรนด์ แสดง Direct Booking ROAS Cost/Booking จริง ตรวจสอบได้

5 คะแนน: 3+ Case Study โรงแรมขนาดใกล้เคียง

1 คะแนน: ไม่มี Case Study Hospitality

C2 — Conversion

Setup Meta Pixel + GA4 + Conversion API วัด Booking จริง ไม่ใช่แค่ Click หรือ Page View

5 คะแนน: Pixel + GA4 + CAPI ครบ ภายใน 2 สัปดาห์

1 คะแนน: ไม่ Setup Tracking หรือบอกวัดไม่ได้

C3 — Channel

เชี่ยวชาญ Meta Ads Google Ads SEO/AEO — ไม่ใช่แค่ Social Media Post

5 คะแนน: Meta + Google + SEO ครบ พร้อม Retargeting Funnel

1 คะแนน: ทำแค่ Facebook Post หรือ Content

C4 — Communication

รายงาน ROAS Cost/Booking รายสัปดาห์ ภาษาไทย เข้าใจง่าย มี Action Item ชัด

5 คะแนน: Weekly Report + Dashboard แบบ Real-time

1 คะแนน: รายงานรายเดือน แค่ Impression Reach

C5 — Cost ROI

Retainer เทียบกับ Direct Booking ที่คาดว่าจะเพิ่ม — มี KPI ชัดใน Proposal

5 คะแนน: KPI Direct Booking % ROAS Cost/Booking ใน Contract

1 คะแนน: ไม่มี KPI หรือรับประกัน ROAS โดยไม่ดูข้อมูล

วิธีให้คะแนนก่อนจ้าง

ใช้ตารางให้คะแนนด้านล่างกับเอเจนซี่ทุกรายใน Shortlist ตัด Red Flags ออกก่อน แล้วเลือกรายที่คะแนนสูงสุด อย่างน้อย 2 ราย เพื่อเปรียบเทียบ Proposal

วิธีให้คะแนนเอเจนซี่การตลาดโรงแรมก่อนจ้าง Red Flags
ตารางให้คะแนน 1-5 ต่อเกณฑ์ — ผ่าน ≥20/25 คะแนน
Scorecard Template — Framework 5C
# ให้คะแนนเอเจนซี่ (1-5 ต่อเกณฑ์)

เอเจนซี่: [ชื่อ] | วันที่ประเมิน: [วันที่]

| เกณฑ์          | คะแนน | หมายเหตุ |
|----------------|-------|----------|
| C1 Case Study  | /5    |          |
| C2 Conversion  | /5    |          |
| C3 Channel     | /5    |          |
| C4 Communication| /5   |          |
| C5 Cost ROI    | /5    |          |
| รวม            | /25   | ผ่าน ≥20 |

Red Flags (ติ๊กถ้ามี):
[ ] ไม่มี Case Study โรงแรม
[ ] รับประกัน ROAS โดยไม่ดูข้อมูล
[ ] ไม่ให้ดู Dashboard จริง
[ ] รายงานแค่ Impression Reach
[ ] ผูกสัญญา 12 เดือนไม่มี Pilot

Red Flags — หลีกเลี่ยงทันที

  • ไม่มี Case Study โรงแรมเลย — มีแต่ E-commerce หรือ F&B
  • รับประกัน ROAS 5x+ โดยไม่ถามข้อมูลโรงแรมคุณ
  • ไม่ให้ดู Ads Manager หรือ GA4 Dashboard จริง
  • Proposal ไม่มี KPI — มีแค่ "เพิ่ม Awareness"
  • บังคับ Sign 12 เดือน ไม่มี Pilot 90 วัน

เปรียบเทียบ Shortlist 2-3 ราย

หลังให้คะแนน Framework 5C เลือก 2-3 รายที่ ≥20 คะแนนเปรียบเทียบ Proposal ในด้านที่คะแนนใกล้เคียงกัน

เปรียบเทียบสิ่งที่ต้องดูทำไมสำคัญ
Retainer/เดือนรวมอะไรบ้าง แยกงบ Ads หรือไม่คำนวณ ROI ก่อนจ้าง
KPI ใน ProposalDirect Booking % ROAS Cost/Bookingวัดผลได้หรือไม่
Timeline SetupTracking พร้อมภายในกี่วันเริ่มวัดผลเร็ว = ปรับเร็ว
Case Study ใกล้เคียงขนาดห้อง ทำเล ประเภทผลลัพธ์เทียบเท่าได้
Supportภาษาไทย Response Timeสื่อสารและแก้ปัญหาได้
Pilot Terms90 วัน ยกเลิกได้หรือไม่ลดความเสี่ยงจ้างผิด
ขั้น 1

ขอ Proposal ละเอียด

KPI Timeline งบ Ads แยก Retainer รายการ Deliverable รายเดือน

ขั้น 2

ถาม Case Study ลึก

ขอดู Dashboard จริง (blur ชื่อลูกค้า) ถามว่า Setup Tracking กี่วัน

ขั้น 3

เจรจา Pilot 90 วัน

เริ่มงบทดสอบ วัด KPI รายสัปดาห์ ผ่านเป้า Scale ไม่ผ่านยกเลิก

ขั้น 4

Sign Contract

ใส่ KPI ใน Contract ระบุ Reporting Frequency และสิทธิ์ยกเลิก

คำนวณ ROI ก่อนจ้าง

Retainer ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเดียว — ต้องเทียบกับ Direct Booking ที่เพิ่ม และ OTA Commission ที่ลด ถึงจะรู้ว่าคุ้มหรือไม่

สูตร ROI เอเจนซี่โรงแรม

  • OTA Commission ที่ประหยัด = Booking ใหม่จาก Direct × ADR × ค่าคอม 18%
  • รายได้เพิ่มจาก Direct = ห้องที่จองเพิ่ม × ADR
  • ROI = (OTA ประหยัด + รายได้เพิ่ม - Retainer - งบ Ads) ÷ (Retainer + งบ Ads)

ตัวอย่างคำนวณ (โรงแรม 45 ห้อง)

  • Retainer 30,000 + งบ Ads 40,000 = 70,000 บ./เดือน
  • Direct Booking เพิ่ม 15 ห้อง/เดือน × ADR 3,200 = 48,000 บ.
  • OTA ประหยัด 20 Booking × 3,200 × 18% = 11,520 บ.
  • ROI = (48,000 + 11,520 - 70,000) ÷ 70,000 = -14% เดือน 1 แต่เดือน 3+ มัก +40-60%

หลัก ROI ก่อนจ้าง

  • คำนวณ Break-even — Direct Booking เพิ่มกี่ห้องถึงคุ้ม Retainer
  • เทียบ 3 รายใน Shortlist — ไม่ใช่แค่ Retainer ต่ำสุด
  • Pilot 90 วัน — วัด ROI จริงก่อน Scale สัญญารายปี
  • รวมงบ Ads ใน ROI — Retainer + Ads = ต้นทุนรวม

Case Study โรงแรม Boutique ภูเก็ต

โรงแรมบูติก 45 ห้อง ภูเก็ต Direct Booking 18% พึ่ง OTA 82% ใช้ Framework 5C ประเมินเอเจนซี่ 4 ราย เลือกรายที่ได้ 23/25 คะแนน หลัง 4 เดือน Direct Booking เป็น 38% ROAS 4.9x

Case Study โรงแรม Boutique ภูเก็ต เลือกเอเจนซี่ด้วย Framework 5C Direct Booking +111%
ผลลัพธ์จริง — Direct Booking 18%→38%, ROAS 4.9x, คะแนนเอเจนซี่ 23/25
Metricก่อนหลังเปลี่ยนแปลง
Direct Booking18%38%+111%
ROAS2.3x4.9x+113%
Cost/Booking฿920฿414-55%
OTA Share82%58%-24%
คะแนนเอเจนซี่-23/25ผ่าน

บทเรียนจาก Case Study

  • เอเจนซี่ที่ได้ 23/25 มี Case Study โรงแรมภูเก็ต 3 แบรนด์ — ไม่ใช่ราคาถูกสุด
  • Setup Tracking สัปดาห์ 1 — เริ่มวัด Cost/Booking ได้ตั้งแต่วันที่ 10
  • เอเจนซี่ที่ได้ 15/25 ถูกกว่า 40% แต่ไม่มี Hospitality Case Study — ไม่เลือก
  • Pilot 90 วัน ROAS 3.8x — Scale สัญญา 12 เดือนหลังผ่าน KPI

คำศัพท์ที่ควรรู้

Framework 5C
กรอบเลือกเอเจนซี่การตลาดโรงแรม 5 เกณฑ์: Case Study (ผลงาน Hospitality), Conversion (Tracking Booking), Channel (Meta Google SEO), Communication (รายงาน ROAS), Cost ROI (Retainer vs ผลตอบแทน)
Case Study Hospitality
ตัวอย่างผลงานจริงกับโรงแรม/รีสอร์ท ที่แสดงตัวเลข Direct Booking ROAS Cost/Booking — ต้องตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่ Screenshot Reach
Conversion Tracking
การติดตาม Event จองจริงผ่าน Meta Pixel GA4 Conversion API — เอเจนซี่ที่ผ่านเกณฑ์ต้อง Setup ให้วัด Cost/Booking ได้ภายใน 2 สัปดาห์
Retainer
ค่าบริการรายเดือนของเอเจนซี่ แยกจากงบโฆษณา — โรงแรม 30-80 ห้อง มัก 15,000-50,000 บ./เดือน ต้องเทียบกับ Direct Booking ที่เพิ่ม
Red Flag
สัญญาณเตือนว่าเอเจนซี่ไม่เหมาะ เช่น ไม่มี Case Study โรงแรม รับประกัน ROAS โดยไม่ดูข้อมูล ไม่ให้ดู Dashboard จริง หรือรายงานแค่ Impression

คำถามที่พบบ่อย

15 เกณฑ์ไหนสำคัญที่สุด?

Case Study Hospitality และ Conversion Tracking สำคัญที่สุด — ถ้าไม่มี Case Study โรงแรมและวัด Booking ไม่ได้ เกณฑ์อื่นไม่มีความหมาย จากประสบการณ์ 99 BizHub เอเจนซี่ที่ผ่าน 2 เกณฑ์นี้มักให้ ROAS 4x+ ภายใน 90 วัน

2คะแนนเท่าไหร่ถึงควรจ้าง?

ผ่าน ≥20/25 คะแนน ถ้าได้ 18-19 ให้ถามจุดอ่อนและขอ Pilot ก่อน ต่ำกว่า 18 ไม่แนะนำ — มักเจอ Red Flag อย่างน้อย 2 ข้อ

3ต้องมี Case Study โรงแรมกี่แบรนด์?

อย่างน้อย 2-3 แบรนด์ ขนาดใกล้เคียงกับโรงแรมคุณ ที่แสดงตัวเลข Direct Booking ROAS และ Cost/Booking จริง ถ้ามีแค่ E-commerce หรือ F&B ให้คะแนน Case Study ไม่เกิน 2

4Retainer เท่าไหร่ถึงคุ้ม?

คุ้มเมื่อ Direct Booking เพิ่ม 10-15% ขึ้นไป เพราะลด OTA Commission 15-25% ได้มากกว่าค่า Retainer 2-3 เท่า ตัวอย่าง Retainer 30,000 บ./เดือน แต่ลด OTA Commission ได้ 80,000 บ./เดือน = ROI ชัดเจน

5ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะเห็นผล?

Setup Tracking 1-2 สัปดาห์ เริ่มเห็น Booking จาก Ads 7-14 วัน Direct Booking ยั่งยืนใช้ 2-4 เดือน จาก Case Study โรงแรมภูเก็ต 45 ห้อง Direct Booking จาก 18% เป็น 38% ภายใน 4 เดือน

ปรึกษาการตลาดฟรีทัก LINE ตอบไว

99 Ads Agency • ภูเก็ต

ปรึกษาการตลาดฟรี

กรอกข้อมูล 1 นาที ทีม 99 Ads Agency จะติดต่อกลับภายใน 24 ชม. (จันทร์–ศุกร์)

ประเภทธุรกิจ *
งบโฆษณาต่อเดือน (โดยประมาณ) *
เป้าหมายหลัก *
บริการที่สนใจ *
ประสบการณ์การยิงโฆษณาออนไลน์ *

ข้อมูลของคุณจะถูกใช้เพื่อติดต่อกลับและวางแผนการตลาดเท่านั้น ไม่ส่งต่อบุคคลที่สาม นโยบายความเป็นส่วนตัว